ข้าวผัดอเมริกัน~

posted on 07 Sep 2011 19:44 by ohhhhh
ข้าวผัดอเมริกัน (American fried rice) Undecided 
 
 
 
ประวัติ
คุณหญิงสุรีพันธ์ มณีวัต (เจ้าของนามปากกา "นิตยา นาฏยะสุนทร" ภรรยา นายวิลาศ มณีวัต บรรณาธิการ นสพ.ชาวกรุง คนแรก) เคยให้สัมภาษณ์หนังสือสกุลไทย เกี่ยวกับต้นกำเนิดของ "ข้าวผัดอเมริกัน" ว่าเป็นอาหารที่คุณหญิงสุรีพันธ์ได้ประยุกต์ขึ้นเอง ขณะทำงานเป็น ผู้จัดการราชธานีภัตตาคาร ซึ่งเป็น แอร์พอร์ตเรสตัวรองต์ ของกรมรถไฟ ใน สนามบินดอนเมือง โดยที่มีสายการบินแห่งหนึ่งสั่งจองอาหารเช้า และอาหารกลางวันไว้แต่ยกเลิกเที่ยวบิน ทำให้อาหารเช้าแบบอเมริกันที่เตรียมไว้ เช่น ไข่ดาว ไส้กรอก เหลืออยู่จำนวนมาก คุณหญิงสุรีพันธ์ ได้นำข้าวผัดที่มีอยู่มาประกอบกับอาหารเช้าแบบอเมริกันดังกล่าวเพื่อรับประทาน นายทหารอากาศไทยที่เห็นเข้าได้สั่งรับประทานด้วย เมื่อทหารอเมริกันมาเห็นและถามถึงชื่อข้าวผัดดังกล่าว คุณหญิงสุรีพันธ์ ได้ตั้งชื่อว่า "อเมริกัน ฟรายด์ ไรซ์" หรือ "ข้าวผัดอเมริกัน" ซึ่ง พล.อ.อ.ทวี จุลละทรัพย์ เสนาธิการทหารอากาศในขณะนั้นได้ทราบแล้วชอบชื่อนี้มาก ข้าวผัดอเมริกันขณะนั้นมีส่วนประกอบไม่แน่นอน บางวันส่วนประกอบก็เปลี่ยนจากไส้กรอกหรือไก่อบเป็นเนื้อทอด แล้วแต่ว่าในครัวจะเหลืออะไร เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขณะคุณหญิงสุริพันธ์แต่งงานและมีลูกแล้ว จึงเป็นเหตุการณ์หลังวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2492 ซึ่งเป็นวันที่คุณหญิงแต่งงาน แม้ยังไม่พบข้อมูลแน่นอนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อใด แต่น่าจะเกิดก่อนปี พ.ศ. 2497 ที่คุณหญิงสุรีพันธ์ลาออกจาก ราชธานีภัตตาคาร ไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ
  
ส่วนผสม
1.ข้าวสวย 1 ถ้วย
2.หอมใหญ่ 1/4 ถ้วย
3.ซอสมะเขือเทศ 2 1/2 ช้อนโต๊ะ             
4.ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนชา
5.น้ำมันสำหรับทอดไข่ ไส้กรอก             
6.น้ำมันสำหรับผัดข้าว 1/2 ช้อนชา
7.เนย 1 ช้อนชา      
 
เครื่งปรุง
1.พริกหวาน
2.ซอสมะเขือเทศ
3.แครอท
4.ซีอิ้วขาว, เกลือ, น้ำตาลทราย
5.ไส้กรอก
6.ไข่ไก่
7.ลูกเกด        
8.ผัก
9.และเครื่องปรุงอื่นๆตามใจชอบ
 
วิธีทำ
1.ปีกไก่หรือน่องไก่ที่เราจะใช้ทอดเพื่อเป็น เครื่องเคียงทานกับข้าวผัดไปหมักกับซีอิ้วขาว น้ำตาล น้ำมันหอยและพริกไทย นำไปแช่เย็นไว้สัก 2 ชม.
2.เมื่อเตรียมเครื่องปรุงเรียบร้อย ก่อนที่จะเริ่มทำข้าวผัดก็นำไก่ที่หมักจนได้ที่แล้วออกจากตู้เย็น ชุบแป้งโกกิทอด
3.ส่วนไส้กรอกก็จัดการผ่าหัวท้าย แล้วทอด
4.ไข่ไก่เอาไปทำไข่ดาวเตรียมไว้โปะหน้าข้าวผัด
5.หอมหัวใหญ่ปอกเปลือกหั่นตามยาว ลูกเกดล้างแล้วสะเด็ดน้ำ พริกหวานและแครอทหั่นเต๋าเล็กเตรียมไว้
6.นำกระทะตั้งไฟใส่เนยลงไป พอละลายใส่หอมหัวใหญ่ลงผัดจนหอม แล้วตามด้วยลูกเกด พริกหวาน แครอท ซอสมะเขือเทศ ผัดให้เข้ากัน
7.ใส่ข้าวสวยลงไปแล้วเร่งไฟแรง คนให้ข้าวเข้ากับส่วนผสมอื่นชิมรสนิดนึง แล้วเหยาะซีอิ้วขาว เกลือ และน้ำตาลทรายเพิ่มอย่างละนิดอย่างละหน่อยก็พอ หรือถ้ารสชาติถูกใจแล้วก็ไม่ต้องใส่อะไรเพิ่ม
8.เสร็จแล้วตักใส่ถ้วย กดให้แน่นนิดหน่อย แล้วคว่ำถ้วยลงบนจานที่จะใช้เสิร์ฟ แล้วจัดไก่ทอด ไส้กรอกและไข่ดาวลงในจาน
*ถ้าชอบทานผัก เราก็ทำผัดผักทานเคียงอีกด้วย ก็แค่ผัดมะเขือเทศ เห็ดหอม พริกหวาน และถั่วแขกกับน้ำมันนิดหน่อย ปรุงรสด้วยน้ำมันหอยและซีอิ้วขาวนิดๆ ก็เรียบร้อย อื้อ..อิ่ม
 
 
  

คำถามท้ายบท 15 ข้อ

posted on 17 Aug 2011 22:05 by ohhhhh
1.มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร
ตอบ มัลติมีเดีย คือ ระบบสื่อสารข้อมูลข่าวสารหลายชนิด โดยผ่านสื่อทางคอมพิวเตอร์ซึ่งประกอบด้วย ข้อความ ฐานข้อมูล ตัวเลข กราฟิก ภาพ เสียง และวีดิทัศน์ มัลติมีเดีย คือ การใช้คอมพิวเตอร์สื่อความหมายโดยการผสมผสานสื่อหลายชนิดจะช่วยให้เกิดความหลากหลาย ชาน่าสนใจ และเร้าความสนใจ เพิ่มความสนุกสนานในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร
ตอบ ต้นทุนต่ำ ใช้เวลาสร้างน้อย นำเสนอได้ทุกที่ทุกเวลาและไม่ต้องใช้เทคโนโลยีอื่นๆช่วยในการนำเสนอ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆได้ทันที สามารำนำเสนอข้อมูลได้ทั้งตัวอักษร รูปภาพ และอื่นๆ
3.Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง
ตอบ สามารถนำเสนอข้อมูลได้ทั้งในรูปแบบเอกสารสิ่งพิมพ์และแสดงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ในรูปแบบมัลติมีเดีย ซึ่งสามารถสร้างจุดเชื่อมโยง และอัปโหลดข้อมูลไว้บนอินเตอร์เน็ตในรูปแบบของเว็บไซต์ได้
4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร
ตอบ การเชื่อมโยงภายในคือ การสร้างจุดเชื่อมโยงไปยังจุดอื่นๆหรือไปยังภาพนิ่งอื่นๆในไฟร์เดียวกัน การเชื่อยมโยงภายนอกคือ การเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลอื่นๆนอกไฟร์งานนำเสนอซึ่งสามารถทำได้ด้วยการคลิกขวาที่วัตถุที่ต้องการเชื่อมโยง
5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง
ตอบ โทรศัพท์, เครื่องพิมพ์, อินเตอร์เน็ต, โน๊ตบุค, โทรทัศน์, จอโปรเจ็กเตอร์, ฟิวเจอร์บอร์ด, เอกสารต่างๆ
6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด
ตอบ การนำเสนอข้อมูลรูปแบบเอกสารสิ่งพิมพ์ เพราะ สร้างได้ง่าย ลงทุนต่ำ ใช้เวลาในการสร้างน้อย ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีอื่นๆ ช่วยในการนำเสนอ นำเสนอข้อมูลได้หลายรูปแบบ และสามารถได้ทุกชนชั้น
7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft PowerPoint สามารถทำได้อย่างไร
ตอบ การออกแบบงานนำเสนอด้วยแม่แบบของ Microsoft PowerPoint เพื่อให้งานนำเสนอน่าสนใจมากยิ่งขึ้นโดยการคลิกขวาบนพื้นที่ว่าง แล้วเลือกออกแบบภาพนิ่งจากนั้นเลือกใช้แม่แบบการออกแบบที่แถบเครื่องมือ
8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft PowerPoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด
ตอบ สามารถตั้งค่าได้ที่แถบเครื่องมือการเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง
 9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย
ตอบ Microsoft Excal, Microsoft Word, Microsoft PowerPoint
10.ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft PowerPoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่ อย่างไร
ตอบ ได้ โดยการเพิ่มกล่องข้อความให้โดยการคลิกที่ไอคอนกล่องข้อความบนแถบเครื่องมือ หรือจะทำลงใน word Art ก็ได้
11.เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPoint หรือไม่อย่างไร
ตอบ ไม่ เพราะว่าเราสามารถที่จะนำเสนองานหรือข้อมูลในคอมพิวเตอร์หรือในอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์อื่นๆได้อีก
12.Microsoft PowerPoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร
ตอบ ได้ แทรกรูปภาพ คลิกแทรกที่แถบเมนู เลือกรูปภาพ แล้วเลือกจากแฟ้ม หน้าต่างแทรกรูปภาพ เลือกพื้นที่ที่บันทึกรูปภาพนั้น คลิกรูปภาพที่ต้องการ แล้วคลิกแทรก แทรกภาพยนตร์และเสียง มีวิธีการเดียวกับรูปภาพ โดยคลิกแทรกที่แถบเมนูแต่เลือกภาพยนตร์และเสียง แล้วจึงเลือกภาพยนตร์จากแฟ้มหรือเสียงจากแฟ้ม
13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร
ตอบ เป็นการสรุปรายละเอียดของข้อมูลที่มีจำนวนมาก ให้นำเสนอในลักษณะที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น
14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง
ตอบ ฮาร์ดแวร์พื้นฐานและซอฟต์แวร์โปรแกรมด้านการประมวลผลคำหรือโปรแกรมด้านการพิมพ์ ฮาร์ดแวร์ที่ใช้ เช่น คอมพิวเตอร์, เครื่องพิมพ์, ลำโพง, การ์ดแลน, โมเด็ม, วิดีโอแคม ซอฟต์แวร์ที่ใช้ เช่น Microsoft PowerPoint, Macromedia, Dreamweaver
15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษร รูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน
ตอบ คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์, โทรทัศน์

โปรแกรม*ภาษาCOBOL*

posted on 08 Jul 2011 21:06 by ohhhhh
ภาษาโคบอล (COBOL programming language)
 
           ภาษาโคบอล จัดเป็นภาษาระดับสูง(High - Level Language) ซึ่งคำว่า COBOL ย่อมาจากคำว่า "Common Business Oriented Language" ซึ่งภาษาโคบอล เป็นภาษาที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานด้านการประมวลผลในทางธุรกิจโดยเฉพาะ เป็นภาษาที่มีความใกล้เคียงกับภาษาอังกฤษมากที่สุด ซึ่ง Source Program สามารถในไปใช้เป็นเอกสารประกอบโปรแกรมได้ เพราะมีความละเอียดพอที่จะอ่านโปรแกรมได้อย่างเข้าใจ
          ประวัติภาษาโคบอล ภาษาโคบอล ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1959 โดยได้มีการร่วมมือกันจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นชุดหนึ่งให้ชื่อว่า CODASYL : Conference On DAta SYstems Languages ซึ่งมีทั้งภาครัฐบาล และภาคเอกชนกลุ่มผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนั้น ซึ่งได้ร่วมมือกันพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถนำมาใช้กัน และให้เหมาะสมกับการประมวลผลข้อมูลทางด้านธุรกิจ ซึ่งได้ทำงานสรุปเป็นผลสำเร็จในปี ค.ศ. 1960 และให้ชื่อภาษาที่ได้สร้างขึ้นใหม่นี้ว่า "COBOL-60 ในปี ค.ศ. 1968 ภาษาโคบอลได้ถูกยกระดับไห้เป็นภาษามาตราฐาน โดยสถาบัน The American National Standards Institute : ANSI ยึดถือ COBOL-65 เป็นหลัก การใช้ภาษาโคบอลได้รับความนิยมแพร่หลายขึ้นในปี ค.ศ. 1970 เนื่องจากภาษาโคบอลได้มีการกำหนดความเป็นมาตราฐาน
        ในการเขียนโปรแกรมภาษาโคบอลเราจะแบ่งออกเป็นส่วน ๆ ดังนี้
1.ส่วนประกอบของโปรแกรม ภาษาโคบอล
2.สัญลักษณ์ ที่ใช้ในภาษาโคบอล
3.ประเภทของคำ
4.ตัวแปร และ ค่าคงที่
5.แบบฟอร์ม สำหรับการเขียนโปรแกรม COBOL (COBOL CODING FORM)
6.การใช้เครื่องหมายวรรคตอน
 
1.1.IDENTIFICATION DIVISION
-ชื่อโปรแกรม
-ชื่อผู้เขียนโปรแกรม
-วันที่เขียนโปรแกรม
1.2.ENVIRONMENT DIVISION
-รายละเอียดของตัวเครื่อง(CONFIGURATION SECTION)
-รายละเอียดสิ่งที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล(INPUT/OUTPUT SECTION)
1.3.DATA DIVISION
-รายละเอียดของแฟ้มข้อแฟ้มข้อมูล(FILE SECTION)
-รายละเอียดของข้อมูลอื่น ๆ(WORKING-STORAGE SECTION)
-รายละเอียดของข้อมูลที่รับมาจากโปรแกรมอื่น ๆ(LINKAGE SECTION)
-รายละเอียดของข้อมูลที่ให้แสดงบนจอภาพ
1.4.PROCEDURE DIVISION
-PARAGRAPH 1
-PARAGRAPH 2
-PARAGRAPH 3-------[STATEMENT I;I' = 1(N)1
              ไดอะแกรมแสดง โครงสร้างโปรแกรมภาษาโคบอล จากไดอะแกรม ที่แสดงโครงสร้างของโปรแกรมภาษาโคบอลจะเห็นว่า ได้แบ่งตัวโปรแกรมออกเป็น 4 ส่วน ในแต่ละส่วนเราเรียกว่า Division
ในแต่ละ Division มีชื่อดังต่อไปนี้
-IDENTIFICATION DIVISION.
-ENVIRONMENT DIVISION.
-DATA DIVISION.
-PROCEDURE DIVISION.
 
2.สัญลักษณ์ในภาษา COBOL (มี 51 ตัว)
           
            Character (อักขระ) หมายถึง ตัวเลขและเครื่องหมายต่าง ๆ ที่เครื่องคอมพิวเตอร์รับได้ในรูปของ ASCII CODE หรือ เลขฐาน 16 (แล้วแต่ระบบการเก็บข้อมูล ภายในหน่วยความจำของแต่ละเครื่องฯ) ซึ่งใช้ประกอบขึ้นเป็นคำ (Word) ในการเขียนเป็นภาษาโปรแกรม ซึ่งประกอบด้วย
2.1ชุดอักษร(Alphabetic) "A...Z"  ใช้ในการสร้าง (Word) เพื่อตั้งชื่อให้กับตัวแปร(Variable Name Identifier) และตั้งชื่อให้กับแฟ้มข้อมูล (Identification ,Program Name, Program ID) ในโปรแกรมภาษาโคบอล โดยจะตั้งชื่อให้ซ้ำกับ Reserved Words ไม่ได้ และจะตั้งชื่อตัวแปรเกิน 30 ตัว
2.2.ชุดตัวเลข(Numeric) "0..9"   ใช้ในการกำหนดค่าให้กับตัวแปร เพื่อนำไปทำการคำนวณหาค่าต่าง ๆ ที่เป็นผลลัพธ์ตามที่เราต้องการ
2.3ชุดสัญลักษณ์พิเศษ(Special Character){+ - * / . ** $ * > < = ( ) " ' ; _ }

ใช้ในการคำนวณ เราเรียกว่า Arithmetic Operator

+(บวก)

/ (หาร)

-(ลบ)

** (ยกกำลัง)

* (คูณ)

( ) (เครื่องหมายวงเล็บ)

ใช้ในการเปรียบเทียบ ในเชิงคณิตศาสตร์ Relation operator

> มากกว่า

or IS GREATER THAN

< น้อยกว่า

or IS LESS THAN

= เท่ากับ

or IS EQUAL

ใช้ในการกำกับ การเว้นวรรคตอน Punctuation Operator

{ - , . " : ; () }

ใช้ในการกำหนดรูปแบบของการพิมพ์ (Print Format)

B (Blank Or Space) V

V (Period for format Decimal)

Z

,

$

B

+

CR

-

DB

0

.

*

Space

 3.ประเภทของคำ (Types Of Words)

            คำ เกิอขึ้นจากการผสมระหว่างตัวอักษร กับตัวเลข หรือจะเป็นตัวอักษรล้วน ๆ ก็ได้ ซึ่งจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์ของภาษานั้น ๆ ดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ซึ่งแบ่งออกเป็นประเภท ใหญ่ ๆ ดังนี้
3.1.คำสงวน (Reserved Word) คำสงวนไว้ใช้ในกรณี ๆ ไปโดยเฉพาะ ไม่สามารถนำคำสงวนไปใช้ในหน้าที่อื่น ๆ ที่ไม่ใช่หรือ ไม่ได้กำหนดไว้ โดยคำสงวนจะมีความหมายในตัวของมันเอง
3.2.คำที่ไม่ใช่คำสงวน หมายถึงคำอื่น ๆ ซึ่งผู้เขียนโปรแกรม ตั้งชื่อขึ้นเองตามกฏเกณฑ์การตั้งชื่อ ในภาษาโคบอลห้ามตั้งชื่อตรงกับคำสงวนหรือซ้ำคำสงวน
3.3. Special Name ชื่อพิเศษต้องอยู่ในพารากราฟทึ่ชื่อ Special Names ซึ่งอยู่ภายใน Environment Division ซึ่งผู้เขียนโปรแกรมจะเป็นผู้ตั้งขึ้นเองเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการเขียนโปรแกรมให้สั้น และรัดกุม แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
4.ตัวแปร(Variable) และ ค่าคงที่ (Literal)
4.1.ตัวแปร หมายถึง ข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อยู่ตลอดเวลาในโปรแกรม
-ตัวแปรชนิดตัวเลข (Numeric variable) ประกอบไปด้วยตัวเลข 0 - 9 สามารถนำไปคำนวณได้
-ตัวแปรชนิดอักขระ (Alphabetic variable) ประกอบไปด้วยตัวอักษร A..Z และ Blank Or Space และ Hyphen (-)
-ตัวแปรชนิดที่เป็นทั้งตัวเลขและตัวอักขระ (Alphabumeric variable)ได้แก่ตัวเลข ตัวอักษร สัญลักษณ์พิเศษ
4.2.ค่าคงที่ (Literal) ค่าคงที่เป็นตัวเลข(Numeric Literal) ประกอบด้วยตัวเลข 0-9
 
5.แบบฟอร์ม ของกระดาษเขียนโปรแกรม
รายละเอียดของหัวกระดาษตอนบน
1.System ให้ใส่รายละเอียดของระบบที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือ รายละเอียดของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ หรืออาจจะเป็นชื่อระบบก็ได้
2.Program ให้ใส่ชื่อโปรแกรม หรืออาจจะเป็นชื่อของโปรแกรมย่อยก็ได้
3.Programmer ใส่ชื่อโปรแกรมเมอร์หรือชื่อของผู้เขียนโปรแกรม
4.Date ใส่วัน เดือน ปี ที่เขียนโปรแกรม
5.Page of ให้ใส่ตัวเลขบอกจำนวนหน้า จำนวนตัวเลขหลัง OF หมายถึงจำนวน Coding Sheet ทั้งหมดที่ใช้เขียนโปรแกรมนี้ และตัวเลขหลัง Page หมายถึง เลขบอกหน้าของ Coding Sheet
 
6.การใช้เครื่องหมายวรรคตอน(Punctuation) 
           
           จุดประสงค์ ของการใช้เครื่องหมายวรรคตอนเพื่อบอกให้ Compiler ทราบว่าจบประโยคเมื่อไหร่ จบคำเมื่อไหร่ และช่วยในการอ่านโปรแกรมได้ง่ายขึ้น